วัดพระผู้เป็นเจ้าตนหลวง

ชีวประวัติ : วัดพระเจ้ารูปหลวง ครอบครองวัดแห่งหนประธานของท้องที่ศรีค่อม ซึ่งครอบครองสวนวัดสถานที่สำคัญ ตรวจวัดพระผู้เป็นเจ้ารูปหลวง ประกอบด้วยพุทธปฏิมาขนาดใหญ่ สัดส่วนหน้าตักกว้าง 7.5 เมตร ดำเกิงตั้งแต่โคนจรดตุ๊เจ้ายอด 9.50 เมตร

พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง

ประวัติบุคคล : พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง ตั้งอยู่ในที่บุรีจังหวัดลำพูน แถวหลังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งหนเมี่ยงครหาหริภุญไชย เพราะว่าชดใช้เนื้อที่สรรพสิ่งคุ้มเจ้าราชสัมพันธน์ดวงษ์ ซึ่งเป็นอาคารโบราณอายุกระทั่ง 100 ชันษา ดำรงฐานะพิพิธภัณฑสถานบอกเล่าเก้าสิบประวัติส่วนตัวภูมิหลังสิ่งนานของนครลำพูน เมืองแห่งหนมีความเชื่อถือ มุขศาสนาพุทธแห่งหนเจริญรุ่งเรืองขนมจากโบราณกาล จนถึงช่วงปัจจุบัน ร่วมทำความเข้าใจเมืองลำพูนเปลี่ยนรูปถ่าย ทั่ว คน รูปการณ์ ด้วยกันแห่งหนแตกต่าง ๆ ซึ่งที่นี่ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ล้ำยุคสถานที่ทั้งเป็นเพราะมีงานจัดโชว์ภาพ บุรีจังหวัดลำพูน ข้าวของเครื่องใช้กับวิถีชีวิตสิ่งของ คนเมืองลำพูน ณโบราณกาลได้มาชนิดงดงาม

Luang Pha Wiang Cave

History: A cave with a large arched space, very long distance and deep into the mountain and has many sectionsมันสมอง In the cave, there are beautiful stalagmites and stalactites. The original cave name, named after the area of Luang Pha Vieng, and where there are four more small caves known to the villagers as: Kang […]

Khaumung Thasing and Wiang Yong Community

History: Khaumung Thasing (ขัวมุงกระบวนสิงโต) according to historical evidence, there are many Khaumung (ขัวมุง) in the North of Thailand, often built near the temple or in the communityมันสมอง The word Khau in the northern Thai means bridge, assumably used for transportation between two main waterwaysมันสมอง But today Khaumung Thasing has developed as a local market and […]

คูหาหลวงผาเวียง

ประวัติบุคคล : ถ้ำหลวงหน้าผาเมือง เป็นถ้ำแห่งมีร่องคูหาขนาดใหญ่ ด้วยกันลึกเข้าไปณภูเขาเป็นระยะมุขสถานที่ยาวเต็มที่ ในถ้ำหลวงเขาหินเมืองมีทางเข้าออกระดับคูหาเลิศหลักๆ แยกดำรงฐานะ 9 ห้อง มีหินย้อยหินย้อยตามธรรมชาติ ผลิย้อยมาครอบครองร่างกายกระยาเลย แห่งหนวิจิตรดีตระการตามากที่จะวรรณนาได้มา ยามก้องกังวานแสงสว่างหินย้อยดังกล่าวจักให้แสงแปลบปลาบวาบวับแพรวพราวดุจดังมณีอันล้ำค่า คูหาสาธารณะสถานที่ตรงนี้อยู่สถานที่ดอยด้านล่างของอำเภอนิวาสสถานโฮ่ง

ขัวมุงจริตสิงห์และที่โล่งแจ้งเวียงยองๆ

ประวัติส่วนตัว : “ขัวมุงจริตสิงห์” หรือไม่ก็ ตะพานประกอบด้วยหลังคา หลายแห่งในที่เมืองเหนือโดยมากก่อสร้างจวนวัดไม่ก็แห่งชุมชน เพราะฉะนี้ “ขัว” หรือไม่ก็สะพาน จักใช้เพื่อที่จะการท่องเที่ยวไปๆ มาๆระหว่างคู่ชายฝั่งดำรงฐานะจุดประสงค์หลัก แม้ว่าการก่อสร้างประทุนมุงเพื่อสาเหตุทาง สถาปัตยกรรมศาสตร์ คือ สะพานเก่าแก่ส่วนใหญ่ก่อสร้างอีกด้วยค่าคบไม้ การมุงประทุนช่วยกันแดดกันฝนเป็นเหตุให้อายุใช้งานของตะพานยาวนานขึ้น แล้วพอตะพานประกอบด้วยร่มเงา ขนมจากแห่งใช้คืนพางการเดินทางไปมาแปรไปมาดำรงฐานะนั่งพักผ่อน นั่งลงพูดคุยกักคุม และเจริญมาครอบครองตลาดพื้นบ้านเล็ก กระทั่งยุคปัจจุบัน ขัวมุงกระบวนสิงโต คว้าปฏิรูปโดย องค์การสั่งการส่วนเมืองลำพูน ทำครอบครองศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ OTOP ขายผลิตภัณฑ์กลางบ้าน เช่น ผ้าฝ้าย สิ่งไม้ ผลิตผลจากลำไย พระเครื่องลำพูน ขนมไทยโล้นท้องนา กับที่ระลึกต่างขนมจากจังหวัดจังหวัดลำพูนในที่ราคาคุ้นเคย ขัวมุงกระบวนสิงห์ อยู่ในสภาพฝั่งสายธารกวงกลม เค้าหน้าวัดตุ๊เจ้าแร่ธาตุหริภุญความมีชัย ผสานริมทะเลเมืองกับดักนิวาสสถานเวียงยอง

บึงทิพย์ ดอยขะม้อ

ประวัติบุคคล : ดอยขะม้อ ครอบครองภูเขาอยู่เด็กหนึ่งลักษณะชันเต็มแรง ทรวดทรงเหมือนนางเลิ้งคว่ำ คนเมืองเรียกห้ามลงมาแม้ว่าเก่าแก่ตวาด “ดอยคว่ำตุ่ม” ต่อมาเพี้ยนมาครอบครอง “ดอยขะม้อ สระทิพย์” แห่งเรียกหาเช่นนั้นก็เพราะว่าบนบานศาลกล่าวจอมดอยประกอบด้วยสระที่เกิดกลางพื้นแผ่นดิน ถือกักคุมมาแม้ว่าเก่าก่อนตวาดเป็นแอ่งน้ำทิพย์ สถานที่บริเวณปากบ่อจักประกอบด้วยป้ายปักเก็บว่า “บริเวณกว๊านทิพย์ห้ามสุภาพสตรีเข้าไป” เพราะพอนารีเข้าไปต่อจากนั้นสายธารในที่สระจะกะหร่องทันที ยอดภูเขาขะม้อมีเนื้อความกว้างไกลคาดคะเน 12 เมตร แวง 30 เมตรล้อมรอบภูเขาตรงนี้ประกอบด้วยนกเขาสูงศักดิ์ซ้อนกันห้ามมากมายเด็กด้วยกันประกอบด้วยพันธุ์ไม้มากมายประการขึ้นอย่างคับคั่ง ข้างบนมีตุ๊เจ้าพิหารอยู่ในสภาพปฤษฎางค์เอ็ดกับดักลายรอยเท้าถ่ายแบบสิงสู่หน้าวิหาร ประกอบด้วยกระบิศิลาจารึกเป็นภาษาไทยล้านทุ่งนาว่า“คว้าสร้างตุ๊เจ้าพิหารกับลายพระพุทธบาทเลียนแบบครั้น พุทธศก2470 เพราะครูบาสิงห์ชัย ตรวจวัดสะเครื่องกรอง พระครูชัยกล่องกา วัดธนูีดาษดื่น ขุนจันทนทานุเหมือน กำนันชุมชนมะเขือไม่ห่างเข้ายา และหัวหน้าการมีชัยชนะ กำนันท้องที่นิวาสสถานกลาง ได้มาชักชวนประชาชนสร้างสิ้นค่าก่อสร้าง 3,000 รูปี ทำบุญเฉลิมฉลองครั้น พ.ศ.2472”

กว๊านทิพย์ ภูเขาขะม้อ

ประวัติบุคคล : ดอยขะม้อ เป็นภูเขาอยู่ลูกหนึ่งสัณฐานชันมาก สกนธ์เหมือนนางเลิ้งพลิกคว่ำ คนเมืองเรียกกันมาทว่าเก่าแก่ว่า “ภูเขาคว่ำตุ่ม” ต่อมาเพี้ยนลงมาดำรงฐานะ “ดอยขะม้อ บ่อน้ำทิพย์” สถานที่เรียกหาเช่นนั้นเพราะบนบานศาลกล่าวจอมดอยมีบ่อน้ำเรื่องเดิมกลางๆเมทนี ถือกักคุมลงมาทว่าเก่าตวาดครอบครองแอ่งน้ำทิพย์ ที่บริเวณปากบ่อจักประกอบด้วยบ้ายปักวางตวาด “บริเวณบ่อน้ำทิพย์ห้ามหญิงสาวเข้าไป” ก็เพราะว่าครั้นอิสตรีเข้าไปต่อจากนั้นน้ำในบ่อจะแห้งทันที ยอดภูเขาขะม้โกงีความกว้างประมาณ 12 เมตร ยาว 30 เมตรรายรอบดอยนี้มีเขาสูงศักดิ์ซ้อนกันกักคุมหลายลูกด้วยกันมีพืชพันธุ์ต่างๆอย่างขึ้นชนิดคับคั่ง ด้านบนมีพระสงฆ์พิหารอยู่ในสภาพหลังเอ็ดกับดักรอยรอยพระบาทเลียนแบบสิงสู่หน้าวิหาร ประกอบด้วยกระบิศิลาจารึกเป็นภาษาไทยล้านทุ่งนาดุ“ได้สร้างตุ๊เจ้าวิหารกับลายรอยเท้าลอกครั้น พุทธศก2470 โดยหมอบาสิงห์การมีชัยชนะ วัดสะแล่ง พระครูการมีชัยชนะลังกา วัดศรีอุดม ขุนจันทนทานุเหมือน กำนันท้องถิ่นมะเขือไม่คลาดเข้ายา และผู้เป็นใหญ่ความมีชัย กำนันชุมชนนิวาสสถานกลาง ได้มาชักจูงกลางเมืองก่อสร้างสิ้นค่าก่อสร้าง 3,000 รูปี บำเพ็ญกุศลฉลองเมื่อ พุทธศักราช2472”

Wat Phra Buddhabart Tak Pha

History: Wat Phra Buddhabart Tak Phaa, is a Royal monastery. The scenery is beautiful, the temple is located up on the mountain between Doi Mon Chang and Doi Cruaมันสมอง Along the way toward the temple entrance, you can see Vihan Jaturamook (พิหารจตุๆรมควันุข), which covers the Buddha Footprints and Phra That See-Khruba (พระบรมธาตุสี่ครูบา) on the Doi […]

ตรวจวัดรอยพระบาทตากผ้า

ประวัติบุคคล : ตรวจวัดรอยพระบาทตากผ้า อยู่ในสภาพระหว่างดอยม่อนหัสดีกับดักดอยวงศ์วาน นับหน้าถือตากักคุมตวาดครอบครองรอยเท้าสิ่งของอรหังภูมิหลังกดไว้ตรงๆแดนดินสถานที่จับวัตถาภรณ์จีวรลงมาแบน มีลายตารางบนบานผาหินที่หลงเชื่อว่าคือว่ารอยตากผ้าผ้าจีวรพระพุทธเจ้า ประวัติการณ์บอกดุ ครั้งพระพุทธเจ้าอยู่มายังแดนดินสุวรรณภูมิ ปฤษฎางค์จาริกและตอกพระสงฆ์ตีนที่แห่งกระยาเลย แล้ว เมื่ออยู่มาถึงบนต้นลานผาลาดเท (คือดินแดนฐานวัดรอยพระบาทตากผ้ายุคปัจจุบัน) สถานที่สถานที่ท่านทรงริเริ่มตั้งขึ้นพระทัยจะวางขว้างทสถูปเจดีย์ แล้วจึงทรงหยุดพักลดหย่อน หลังจากนั้นปันออกพระสงฆ์อานันท์จับยกมาจีวรจากไปตากบนบานศาลกล่าวเขาหินลาดเกือบกับดักที่กด แล้วดำรงอธิษฐานเหยียบตุ๊เจ้าตีนติดตั้งรอยเก็บบนบานเขาหินลาดตรงนี้ และตรัสคาดคะเนตวาดที่สถานที่ตรงนี้จักปรากฏชื่อว่า “รอยเท้าแบนพัตร”ได้มาเสนอวางตวาดที่สมัยพุทธกาล สมเด็จพระสงฆ์สัมมาสัมพุทธะเจ้านายได้ไปมาช่วยเวไนยคนในบริเวณสุวรรณภูมิ (ไทยในปัจจุบัน) ท่านได้ไปจรที่สถานที่แตกต่าง ๆ จวบจนไปถึงแดนดินตรวจวัดรอยพระบาทตากผ้าแห่งตรงนี้ซึ่งดำรงฐานะเขาหินลาด แล้วจึงได้มาทรงอธิษฐานตอกรอยรอยเท้าลง ใน แห่งแห่งนี้ เพื่อเป็นที่ต้นสักการเชิดชูสิ่งของทั้งหมดเทวะด้วยกันมนุชบรรดาด้วยกันท่านคว้าตรัสจ่ายพระความเพลิดเพลิน หยิบยกผ้าจีวรจากไปตากบนบานศาลกล่าวผาลาดเท จวนเจียนแดนดินที่ประทับตรา ซึ่งดำรงอยู่เป็นลายจางอยู่ เพราะฉะนี้ ตรวจวัดนี้แล้วจึงได้ชื่อว่า “ตรวจวัดรอยพระบาทแบนพัตร” เข้าตอนนี้